คำตอบโดยสรุป: เงินสมทบประกันสังคมของ รปภ. คิดจากค่าจ้างที่ได้รับจริงในเดือนนั้น × 5% โดยฐานค่าจ้างต่ำสุด 1,650 บาท และสูงสุด 17,500 บาท จึงหักได้ไม่เกิน 875 บาทต่อเดือน นายจ้างสมทบอีก 5% เท่ากัน หาก รปภ. รับเงินเดือนละสองงวด ให้หักงวดแรกตามค่าจ้างงวดแรก แล้วงวดที่สองคำนวณจากค่าจ้างรวมทั้งเดือนลบด้วยยอดที่หักไปแล้ว เพื่อไม่ให้ยอดรวมเกินเพดาน

ทำไมการหักประกันสังคมของ รปภ. จึงผิดบ่อยกว่าพนักงานออฟฟิศ

พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่มีเงินเดือนคงที่ ยอดหักประกันสังคมจึงเท่ากันทุกเดือน แต่ รปภ. มีลักษณะการจ้างที่ทำให้ตัวเลขเปลี่ยนตลอดเวลา

  • เป็นลูกจ้างรายวัน: ค่าจ้างขึ้นกับจำนวนกะที่ทำจริง เดือนที่ลาหรือขาดงานยอดจะต่ำลง
  • มี OT สูงและไม่แน่นอน: กะ 12 ชั่วโมงมี OT ทุกวัน บางเดือนมีควงกะหรือทำวันหยุดเพิ่ม
  • จ่ายเงินเดือนละ 2 งวด: หลายบริษัทจ่ายวันที่ 1 และ 16 ทำให้ต้องหักประกันสังคมสองครั้งต่อเดือน
  • ย้ายไซต์และเข้า-ออกงานบ่อย: อัตราการลาออกในอุตสาหกรรมนี้สูง การขึ้นทะเบียนและแจ้งออกจึงล่าช้าได้ง่าย

เมื่อเพดานค่าจ้างถูกปรับจาก 15,000 บาทเป็น 17,500 บาท ตั้งแต่ปี 2569 บริษัทที่ยังใช้สูตรเดิมใน Excel จะหักเงิน รปภ. ที่มีรายได้สูงไม่ครบ และต้องนำส่งส่วนต่างย้อนหลังในภายหลัง

อัตราเงินสมทบและฐานค่าจ้างที่ต้องรู้

รายการค่าที่ใช้หมายเหตุ
อัตราเงินสมทบลูกจ้าง5%หักจากค่าจ้างของ รปภ.
อัตราเงินสมทบนายจ้าง5%บริษัทจ่ายเพิ่มเท่ากับที่หักลูกจ้าง
ฐานค่าจ้างต่ำสุด1,650 บาท/เดือนถ้าค่าจ้างต่ำกว่านี้ ให้คิดจาก 1,650 บาท (หัก 83 บาท)
ฐานค่าจ้างสูงสุด17,500 บาท/เดือนค่าจ้างที่เกินจากนี้ไม่ต้องนำมาคิด
เงินสมทบสูงสุด875 บาท/เดือน17,500 × 5%
การปัดเศษตั้งแต่ 50 สตางค์ขึ้นไปปัดขึ้นต่ำกว่า 50 สตางค์ปัดทิ้ง
กำหนดนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปส่งช้ามีเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด

เรื่องค่าจ้างที่ต้องนำมาคิด กฎหมายประกันสังคมนิยามค่าจ้างไว้กว้าง คือเงินที่นายจ้างจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงาน โดยทั่วไปจึงรวมค่าล่วงเวลาและเงินที่จ่ายประจำในลักษณะค่าตอบแทนการทำงานด้วย ส่วนสวัสดิการที่ไม่ใช่ค่าตอบแทนการทำงานโดยตรงอาจไม่ต้องนำมารวม หากไม่แน่ใจรายการใด ควรสอบถามสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่และกำหนดเป็นนโยบายเดียวกันทั้งบริษัท

ตัวอย่างที่ 1: รปภ. รายวัน รับเงินเดือนละครั้ง

กรณีค่าจ้างรวมในเดือนฐานที่ใช้คำนวณ5%หักจริง
ทำงานน้อย ลาหลายวัน9,750 บาท9,750487.50488 บาท
ทำงานปกติ มี OT16,250 บาท16,250812.50813 บาท
OT สูง ทำวันหยุดเพิ่ม19,500 บาท17,500 (เพดาน)875.00875 บาท

บริษัทต้องจ่ายเงินสมทบส่วนนายจ้างเท่ากับยอดในคอลัมน์สุดท้าย เช่น กรณีที่สามบริษัทจ่ายเพิ่มอีก 875 บาท รวมนำส่ง 1,750 บาทสำหรับ รปภ. คนนี้

ตัวอย่างที่ 2: จ่ายเงินเดือนละ 2 งวด หักอย่างไรไม่ให้เกิน 875 บาท

ความผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดคือคิด 5% แยกแต่ละงวดโดยไม่สนใจยอดรวม ทำให้เดือนที่ รปภ. มีรายได้สูงถูกหักเกินเพดาน วิธีที่ถูกต้องคือ

  1. งวดแรก: หัก 5% ของค่าจ้างงวดแรก (ถ้าค่าจ้างงวดแรกเกิน 17,500 ให้หักเพียง 875)
  2. งวดที่สอง: รวมค่าจ้างทั้งเดือน คำนวณ 5% โดยใช้เพดาน 17,500 แล้วลบยอดที่หักไปในงวดแรก
ขั้นตอนรปภ. คนที่ 1รปภ. คนที่ 2
ค่าจ้างงวดที่ 1 (วันที่ 1–15)8,5008,600
หักงวดที่ 1 (5%)425430
ค่าจ้างงวดที่ 2 (วันที่ 16–สิ้นเดือน)7,9009,400
ค่าจ้างรวมทั้งเดือน16,40018,000
เงินสมทบทั้งเดือน820875 (ชนเพดาน)
หักงวดที่ 2820 − 425 = 395875 − 430 = 445

สังเกต รปภ. คนที่ 2 ถ้าคิดแยกงวด งวดที่สองจะถูกหัก 470 บาท รวมทั้งเดือน 900 บาท ซึ่งเกินเพดานไป 25 บาท แม้ตัวเลขจะดูเล็ก แต่เมื่อเกิดกับ รปภ. หลายสิบคนทุกเดือน จะกลายเป็นเรื่องร้องเรียนและงานแก้ไขย้อนหลังจำนวนมาก

รปภ. สูงวัยและผู้ที่เริ่มงานหลังอายุ 60 ปี

อุตสาหกรรม รปภ. มีพนักงานสูงวัยจำนวนมาก ตามหลักเกณฑ์ของมาตรา 33 ผู้ประกันตนต้องมีอายุระหว่าง 15–60 ปีบริบูรณ์ในวันที่เริ่มเป็นผู้ประกันตน ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนอยู่แล้วและทำงานต่อเนื่องกับนายจ้างเดิมหลังอายุ 60 ปียังคงสถานะต่อได้ แต่ผู้ที่อายุเกิน 60 ปีแล้วและเพิ่งเริ่มงานใหม่ อาจขึ้นทะเบียนตามมาตรา 33 ไม่ได้ หลักเกณฑ์เรื่องอายุมีการหารือเพื่อปรับปรุงเป็นระยะ จึงควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมก่อนรับพนักงานกลุ่มนี้

สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ กองทุนเงินทดแทน ซึ่งแยกจากกองทุนประกันสังคม นายจ้างเป็นผู้จ่ายฝ่ายเดียวตามอัตราของประเภทกิจการ และคุ้มครองลูกจ้างเมื่อประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ซึ่งงาน รปภ. มีความเสี่ยงสูงกว่างานสำนักงาน

หน้าที่ด้านประกันสังคมที่บริษัท รปภ. ต้องทำทุกเดือน

  • ขึ้นทะเบียน รปภ. เข้าใหม่ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มงาน
  • แจ้งพนักงานพ้นสภาพภายในกำหนด เพื่อให้ รปภ. ใช้สิทธิกรณีว่างงานได้
  • คำนวณเงินสมทบจากค่าจ้างรวมทั้งเดือน ตรวจเพดาน 17,500 บาทและฐานขั้นต่ำ 1,650 บาท
  • นำส่งเงินสมทบทั้งส่วนลูกจ้างและนายจ้างภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • แสดงยอดหักประกันสังคมแยกบรรทัดในสลิปเงินเดือนทุกงวด
  • ตรวจสอบสูตรใน Excel หรือโปรแกรมทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนเพดานหรืออัตราเงินสมทบ

ระบบเงินเดือนอัตโนมัติช่วยเรื่องประกันสังคมได้อย่างไร

ในระบบ HRPM Guard ข้อมูลเวลาทำงานจริงจากแอปลงเวลาจะถูกนำไปคำนวณค่าจ้างปกติและ OT (ดู วิธีคิดค่าแรง รปภ. กะ 12 ชั่วโมง) จากนั้นระบบคำนวณเงินสมทบโดยรวมยอดทุกงวดในเดือนเดียวกัน ตรวจเพดานและปัดเศษให้อัตโนมัติ และออกรายงานสรุปยอดนำส่งประกันสังคมทั้งส่วนลูกจ้างและนายจ้าง เมื่อเพดานเปลี่ยนในอนาคต ผู้ดูแลระบบแก้ค่าที่จุดเดียว ไม่ต้องไล่แก้สูตรทีละไฟล์

ตัวเลขประกันสังคมยังเป็นต้นทุนที่ต้องรวมในการเสนอราคาลูกค้าด้วย อ่านต่อได้ที่ ต้นทุนแท้จริงต่อไซต์

คำถามที่พบบ่อย

ประกันสังคมปี 2569 หักสูงสุดเดือนละเท่าไร

ตั้งแต่ปี 2569 ฐานค่าจ้างสูงสุดปรับเป็น 17,500 บาท เงินสมทบส่วนลูกจ้างที่อัตรา 5% จึงสูงสุด 875 บาทต่อเดือน และนายจ้างจ่ายสมทบเท่ากัน

รปภ. รายวันที่จ่ายเงินเดือนละ 2 งวด ต้องหักประกันสังคมอย่างไร

หักงวดแรก 5% ของค่าจ้างงวดแรก แล้วในงวดที่สองให้คำนวณ 5% จากค่าจ้างรวมทั้งเดือนโดยใช้เพดาน 17,500 บาท จากนั้นลบยอดที่หักไปในงวดแรก ยอดรวมทั้งเดือนจะไม่เกิน 875 บาท

ค่า OT ต้องนำมาคิดประกันสังคมหรือไม่

โดยทั่วไปค่าล่วงเวลาถือเป็นค่าตอบแทนการทำงาน จึงนำมารวมเป็นฐานค่าจ้างในการคำนวณเงินสมทบ โดยยอดรวมยังคงไม่เกินเพดาน 17,500 บาทต่อเดือน

ต้องนำส่งเงินสมทบประกันสังคมภายในวันไหน

นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบทั้งส่วนของลูกจ้างและนายจ้างภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายค่าจ้าง

ข้อมูลอัตราและเพดานค่าจ้างอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศใช้ ณ ปี 2569 ซึ่งมีกำหนดปรับเพิ่มเป็นระยะในอนาคต ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสำนักงานประกันสังคมก่อนใช้งานจริง